ช่วงนี้ถ่ายรูปบ่อยเลยทำให้รู้สึกว่าตาเป็นสิ่งแรกที่เห็นเลย โดยเฉพาะเวลามองกระจก… แต่ก่อนเคยคิดว่าการทำตาสองชั้นไม่ใช่เรื่องของฉันเลย แต่พออายุเข้าใกล้ 40 ปี กลับรู้สึกว่าตาบวมลง? ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พอถ่ายรูปก็ออกมาเป็นตาหยีๆ และดูบวมๆ จนเครียดมาก
ปกติแล้วเวลาลืมตาจะใช้กล้ามเนื้อตาเยอะ ทำให้หน้าผากมีรอยเหี่ยวย่นมากมายเลย คิดว่าจะลองฉีดโบท็อกซ์ แต่ได้ยินมาว่าอาจทำให้ดวงตาดูเล็กลง เลยไม่กล้าลอง… ตาก็ดูเล็กลงเรื่อยๆ วันแต่งงานก็ใกล้เข้ามาแล้ว และถ่ายพรีเวดดิ้งก็จองไว้ในเดือนธันวาคมแล้ว… แค่คิดมากมายอยู่แบบนั้น
จนวันหนึ่งเพื่อนสาวถามว่าทำไมตาเพื่อนสาวพี่สาวดูแตกต่างไป เลยรู้ว่าทำศัลยกรรมที่คลินิกในย่านคังนัมและพอใจกับผลลัพธ์มาก ฟังแล้วก็คิดว่า ‘อ๋อ ฉันก็ต้องลองบ้างแล้ว’ เลยจองนัดหมายปรึกษากับคุณหมอคิมจินฮยองทันที พอไปถึงโรงพยาบาลก็รู้สึกว่าเป็นที่ที่เน้นทำตาและจมูก ไม่ใช่แบบโรงงานที่คนแน่นหนา ได้รับคำปรึกษาที่ละเอียดมากและอธิบายชัดเจน จนตัดสินใจทำการผ่าตัดในวันนั้นเลย ฉันไม่ใช่คนที่ชอบดึงเรื่องนาน
สิ่งแรกที่บอกคุณหมอคือ “ขอให้ธรรมชาติ ไม่อยากให้ดูเกินจริง” ซึ่งได้พูดถึงเรื่องรอยเหี่ยวย่นที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อตา คุณหมอบอกว่าการใช้เทคนิคแบบธรรมชาติร่วมกับการปรับรูปตาจะดีมาก เลยได้ทำตามที่คุณหมอแนะนำ
การดมยาสลบเป็นประสบการณ์แรกในชีวิต รู้สึกเหมือนหลับไปแค่แป๊บเดียวแล้วตื่นขึ้นมา แต่ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันน่าทึ่งมาก รู้สึกเหมือนฝันด้วย บวมไม่มากอย่างที่คิด น่าประหลาดใจเหมือนกัน รอยฟกช้ำเล็กๆ ใช้เวลาประมาณ 20 วันถึงจะหายหมด คิดว่าประมาณนั้นนะ
ตอนนี้ผ่านมาเดือนนิดๆ หลังการผ่าตัด คนรอบตัวบอกว่าดูธรรมชาติดีมาก เวลาถ่ายรูปไม่เห็นตาที่ดูง่วงเหมือนเมื่อก่อน และอาจเป็นเพราะการปรับรูปตา ทำให้แรงที่ใช้ในการลืมตามีน้อยลง รอยเหี่ยวย่นก็ลดน้อยลงกว่าเดิม ถ้ารู้ว่าการทำธรรมชาติมันง่ายขนาดนี้จะทำตั้งนานแล้ว… แต่ยังดีที่จัดการเรื่องนี้ก่อนวันแต่งงาน ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น บอกต่อเรื่องคุณหมอคิมจินฮยองกับคนรู้จักอยู่ตลอดเลย^^